สำนวนไทยหมวดหมู่ ต. แตงเถาตาย
แตงเถาตาย หมายถึง
สำนวน “แตงเถาตาย” หมายถึง หญิงหม้ายที่มีอายุมาก หี่ยวแห้งอับเฉาไม่มีความสดใส หรือหญิงที่สามีเสียชีวิตและอยู่คนเดียวมานานจนไม่คิดจะแต่งงานใหม่ เปรียบเสมือนเถาแตงที่ตายแล้ว ไม่สามารถผลิดอกออกผลหรืองอกงามได้อีก สะท้อนถึงภาพหญิงที่หมดหวังหรือหมดโอกาสในเรื่องความรักและชีวิตคู่ กล่าวคือ “ผู้หญิงม่ายที่มีอายุมากแล้ว” นั่นเอง

ที่มาของสำนวน
มาจากการเปรียบเทียบกับต้นแตง ซึ่งเป็นพืชเถา หากเถาแตงตายไปแล้ว ผลแตงก็ไม่สามารถเติบโตหรือออกลูกได้อีก เถาแตงจึงเป็นเหมือนต้นกำเนิดหรือหลักยึด หรือผลแตง (พืชไม้เถาล้มลุก) เมื่อเถาหรือตัวลำต้นเลื้อยของมันได้ตายไปแล้วนั้น ก็ไม่มีสิทธิที่จะเติบโตสุกเปล่งปลั่ง หรือมีรสชาติดีได้อีกแล้ว
เมื่อนำมาใช้เป็นสำนวนในภาษาไทย จึงใช้เปรียบเปรยถึงหญิงม่ายที่สามีเสียชีวิตไปแล้ว และอายุก็มากจนไม่คิดจะมีคู่ใหม่ เปรียบเสมือนเถาแตงที่เหี่ยวตายลง ไม่สามารถเจริญเติบโตต่อหรือมีชีวิตคู่ใหม่ได้อีก เป็นภาพของความเหงา เปล่าเปลี่ยว และหมดหวังในเรื่องความรักหรือชีวิตครอบครัวอีกครั้ง
ตัวอย่างการใช้สำนวน
- ตั้งแต่พ่อเสียไป แม่ก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องแต่งงานใหม่อีกเลย อยู่เงียบ ๆ คนเดียวจนใคร ๆ ก็เรียกว่าแตงเถาตาย (หญิงม่ายที่อยู่คนเดียวมานาน และไม่คิดจะมีคู่ใหม่อีก)
- ป้าสายใจอยู่คนเดียวมาสิบกว่าปีหลังจากลุงชิดเสียไป ลูกหลานก็แซวว่ากลายเป็นแตงเถาตายไปแล้ว (หญิงหม้ายอายุมากที่ใช้ชีวิตตามลำพังโดยไม่แต่งงานใหม่)
- พอเห็นยายแดงนั่งดูทีวีคนเดียวทุกเย็น เพื่อนบ้านก็มักพูดกันเบา ๆ ว่าแตงเถาตาย ดูแล้วก็สงสาร (ใช้เปรียบเปรยหญิงสูงวัยที่อยู่ลำพังหลังจากเสียสามี)
- แม่เลิกหวังเรื่องแต่งงานใหม่ตั้งแต่พ่อเสียไปเมื่อสิบปีก่อน บอกตัวเองว่าชีวิตนี้เป็นแตงเถาตายก็ไม่เป็นไร (ยอมรับสถานะของการเป็นหญิงหม้ายอย่างสงบและเด็ดเดี่ยว)
- คุณยายคำเพิ่งหัวเราะแล้วบอกหลานว่า ไม่ต้องหาคู่ให้อีกแล้ว ยายแตงเถาตายไปนานแล้ว (พูดถึงตัวเองในเชิงขำ ๆ ว่าไม่คิดมีคู่ใหม่อีก เพราะอายุมากและผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว)