คำพังเพยไทยหมวดหมู่ ม. มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท
มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท หมายถึง
คำพังเพย “มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท” หมายถึง การรู้จักอดออมและสะสมเงินทองทีละเล็กทีละน้อย แม้จะเป็นเพียงเงินจำนวนน้อยนิด แต่หากเก็บหอมรอมริบอย่างสม่ำเสมอ ในที่สุดก็จะรวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่ที่มีค่าได้
เปรียบเสมือนการเก็บสะสมเหรียญสลึง ซึ่งเป็นหน่วยเงินที่เล็กที่สุดในสมัยก่อน เมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ จนครบสี่สลึง ก็จะมีค่าเท่ากับหนึ่งบาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนที่มากขึ้น กล่าวคือ “ให้รู้จักเก็บออมเงินทีละเล็กทีละน้อยจนเป็นเงินก้อนใหญ่” นั่นเอง

ที่มาของคำพังเพย
มาจากบทกลอนของสุนทรภู่ในวรรณคดีเรื่อง “ภาษิตสอนหญิง” ที่ว่าด้วยเรื่องการรู้จักประหยัดอดออมและการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท โดยเปรียบเปรยถึงเงินสลึงซึ่งเป็นหน่วยเงินที่มีค่าน้อยในสมัยก่อนว่าหากรู้จักเก็บสะสมทีละเล็กทีละน้อยจนบรรจบเป็นหนึ่งบาท ก็จะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่มีค่าและสามารถนำไปใช้สอยในสิ่งที่จำเป็นได้
บทกลอนนี้จึงมุ่งสอนให้คนมีวินัยทางการเงิน รู้จักใช้น้อยเมื่อมีน้อยและค่อย ๆ บรรจงเก็บหอมรอมริบ เพื่อป้องกันไม่ให้ชีวิตต้องประสบกับความยากลำบากในภายหน้า
ตัวอย่างการใช้คำพังเพย
- ถึงแม้ตอนนี้เธอจะเพิ่งเริ่มทำงานและมีเงินเดือนไม่มาก แต่การออมวันละนิดตามคติมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท ก็จะทำให้เธอมีเงินก้อนในอนาคตได้
- แม่มักจะสอนฉันเสมอว่าให้เก็บเงินทอนที่เหลือจากการไปโรงเรียนใส่กระปุกไว้ เพราะมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท สักวันเงินพวกนี้จะช่วยเราในยามจำเป็น
- เขาค่อย ๆ สะสมเงินจากการขายของเก่าจนสามารถซื้อบ้านได้ด้วยเงินสด เป็นตัวอย่างของการรู้จัก มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทอย่างแท้จริง
- อย่าดูถูกเงินเพียงไม่กี่บาทที่เสียไปกับการซื้อของจุกจิก ถ้าเธอยึดหลักมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทและประหยัดกว่านี้ เธอคงมีเงินเก็บมากกว่านี้ไปแล้ว
- การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยทุกเดือนก็เหมือนกับคำว่ามีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท คือการสะสมไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นพอร์ตการลงทุนที่มั่งคั่ง

